GoodToKnow.PureThailand.com
GoodToKnow.PureThailand.com รวมเรื่องน่ารู้จาก forward mail-
คมวาทะเจ้าสัว
Posted on June 15th, 2010 No commentsเมื่อคุณจะทำธุรกิจใดๆ ก็ตาม
หากคุณชอบและรัก และพร้อมที่จะทุ่มเทให้กับมัน
คุณจะต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
แต่คุณต้องลงมือศึกษาอย่างเป็นจริงเป็นจังด้วย” ชัยยุทธ กรรณสูต ”
———————————————————–
อย่าลืมว่า
ในการประกอบธุรกิจ เก่งอย่างเดียวไม่ได้ ต้องเฮงด้วย
และเก่งกับเฮงก็ใช้ไม่ได้แล้วในสมัยนี้
ต้องมีสายสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย
และเรื่องนี้ผมก็สอนลูก ๆ ผมอยู่เสมอ” อุเทน เตชะไพบูลย์ ”
———————————————————–
ผมบอกพนักงานอยู่เสมอ
คือในโลกนี้ ไม่มีคนไหนเก่งไปตลอดกาล
วันนี้คุณอาจเก่ง แต่พรุ่งนี้ อาจมีคนเก่งกว่าคุณ
เพราะฉะนั้น คนใดก็ตามที่ภูมิใจว่า ตนเองเก่ง
จงจำเอาไว้ได้เลยว่า ความหายนะใกล้มาถึงตัวคุณแล้ว
ความโง่คืบคลานมาใกล้ตัวคุณแล้ว” ธนินท์ เจียรวนนท์ “
———————————————————–
ผมพร้อมจะเป็นน้ำนิ่ง อาจมีเขื่อนมาขวางหน้า
แต่ถ้าวันใด ที่เขื่อนนั้นเปราะบาง และโอกาสแห่งการสำแดงพลังมาถึง
ผมก็พร้อมจะกลายเป็นกระแสน้ำที่เชี่ยวกราก
โหมกระหน่ำใส่ทุกสิ่งที่ขวางกั้น
แม้กระทั่งเขื่อนที่ครั้งหนึ่งผมเคยสยบยอมก็ตาม” เจริญ สิริวัฒนภักดี “
———————————————————–
ผมจะก้าวหน้าไปสักก้าว ก็ต้องเจออะไรมากระทบ
แต่เราก็พยายามที่จะก้าวใหม่ อีกอย่างหนึ่ง
แบงค์กรุงเทพฯเคยถูกกระทบตลอดเวลา และไม่เคยท้อถอย” ชาตรี โสภณพนิช “
———————————————————–
เจี้ย ยู่ เล้ง โจ้ว ซื่อ ยู่ โฮ้
แปลเป็นไทยได้ความว่า
กินข้าวต้องเร็วเหมือนมังกร ทำงานต้องทำให้เหมือนเสือ
และก็ไม่แต่ผมคนเดียวเท่านั้น
ลูกๆ ทุกคนก็ปฏิบัติอย่างนี้” บุญยสิทธิ์ โชควัฒนา “
———————————————————–
ถ้าคุณอดทน เพื่อจะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ
คุณจำเป็นอย่างมากที่จะต้องลงมือศึกษาเรื่องนั้นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจัง
แต่ถ้าคุณไม่อดทน โอกาสที่คุณจะผิดพลาดก็ย่อมมีสูงเช่นกัน” อนันต์ กาญจนพาสน์ “
———————————————————–
จงเดินไปหาภูเขา อย่าให้ภูเขาเดินมาหาเรา
เพราะผมคิดว่า ปกติผู้บริหารทั่วไป มักจะเรียกพนักงานมาประชุมกับเรา
มันเหมือนเราย้ายพนักงานทั้งกองทัพมาหาเรา
แต่สำหรับผมผมจะเดินไปหาเขา
ผมบอกลูกน้องของผมว่า
เราต้องเดินไปหาลูกค้า อย่าให้ลูกค้ามาหาเรา” พรเทพ พรประภา “
———————————————————–
ในเรื่องของการพิจารณา ความดีความชอบ
ผมจะฟังเสียงตอบรับจากลูกค้าเป็นหลักว่า
ลูกน้องแต่ละคนทำงานลงไปแล้ว
ลูกค้าพอใจแค่ไหนอย่างไร ผมจะไม่เชื่อหัวหน้าอย่างเดียว
เพราะถ้าเกิดหัวหน้าบางคนไม่ชอบลูกน้อง
อาจเกิดกรณีหัวหน้าแกล้งลูกน้องได้” ประกิต อภิสารธนรักษ์ “
———————————————————–
ผมมีหลักของอาจารย์ที่สอนผมอย่างหนึ่งว่า
มนุษย์เกิดมาไม่มีใครเก่งที่สุด ดีที่สุด
หรือแม้แต่เลวที่สุด
เพราะคนที่ดีสุดและเลวที่สุด
ได้ตายจากโลกนี้นานแล้ว
คนที่เหลืออยู่จึงเป็นเพียง ชีวิตที่มีขึ้นมีลงอย่างเดียว” ไชยวัฒน์ เหลืองอมรเลิศ “
———————————————————–
ไม่ว่าคุณจะทำอะไรก็ตาม
คุณต้องศึกษาให้รู้แจ้งเสียก่อน ก่อนที่จะลงมือทำ
และเมื่อลงมือทำแล้ว ก็ต้องทำให้จริงๆ จังๆ
ให้มันรู้ไปเลยว่า เราทำไม่ไหวแล้ว” ชวน ตั้งมติธรรม “
———————————————————–
มีหลักในการบริหารงาน ไม่กี่ประการ
1. ต้องลับคมอยู่เสมอ
2. ไม่กลัวงาน เมื่อคิดจะทำอะไรต้องทำทันที และ
3. ต้องรักษาคำพูด” คุณหญิงชนัตถ์ ปิยะอุย “
———————————————————–
เวลามีปัญหาในองค์กร ปัญหาชีวิตและสุขภาพ
จะมีทางแก้ไขปัญหาให้คลี่คลายหลายรูปแบบ
แต่ที่สำคัญต้องมีสติ และมีความรักเป็นพื้นฐานสำคัญ
จากนั้นจึงค่อยใช้ปัญญา เพราะปัญญาช่วยให้มองเห็นหนทาง
ของการแก้ปัญหาอย่างชัดเจนที่สุด” ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ “
———————————————————–
1. จงเผชิญกับความจริงอย่างที่เป็นอยู่ มิใช่อย่างที่คุณอยากเป็น
2. จริงใจกับทุกคน
3. อย่าเป็นแค่นักบริหารแต่จงออกไปนำทัพ
4. จงเปลี่ยนแปลงก่อนที่เหตุการณ์จะบังคับให้ต้องเปลี่ยน
5. ถ้าท่านไม่มีจุดแข็ง หรือข้อได้เปรียบจงอย่าแข่งกับเขา
6. จงคุมชะตาด้วยตนเองมิฉะนั้น ผู้อื่นจะมาคุมแทน” ท่านผู้หญิงนิรมล สุริยสัตย์ “
———————————————————–
ในการทำงานใดๆ ไม่ว่าจะเป็นลูกจ้าง หรือนายจ้าง
ควรจะรับฟังความคิดของผู้ร่วมงานเสมอ
การเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น
คือเป็นการเพิ่มประสบการณ์อื่นเป็นความรู้
นอกเหนือจากที่ได้รับมาจากการเอาเปรียบผู้อื่น
ไม่ใช่ความสำเร็จที่แท้จริง” โพธิ์พงษ์ ล่ำซำ “
———————————————————–
ที่ชอบเป็นพิเศษ คือคำพูดของซุนวู่
ที่บอกว่า รู้เขา รู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง
ผมฟังปุ๊บ รู้สึกประทับใจทันที
และเข้าใจว่า คนเราถ้าอยู่ใกล้ใคร มักอยากเป็นแบบนั้น
ตอนนั้นจำได้ว่าผมอยากเป็นนักเขียนมาก แต่ที่ได้รับคำแนะนำ
ว่าถ้าคุณอยากเขียนหนังสือจงเริ่มต้นจากสิ่งที่คุณรู้ก่อนเป็นอันดับแรก” อมรเทพ ดีโรจนวงศ์ “
แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป โดย ท่าน ว วชิรเมธี
Posted on June 15th, 2010 No comments………………ไม่มีใครทำให้คนทุกคนรักเราได้…………………
…….อาจจะมีคนชอบในตัวเรา10คน แต่ก็มีคนเกลียดเรา100คน……..
……………แคร์คนที่แคร์เรา ไม่แคร์คนที่ไม่แคร์เรา…………..
…………..มีมิตรแท้เพียงหนึ่ง ดีกว่ามีเพื่อนกินเป็น100………….เมื่อคุณชี้แจงไปแล้ว เขาก็ควรจะยอมรับฟัง แต่เมื่อเขาไม่ฟัง และคุณก็ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างดีที่สุดไปแล้ว ก็คงต้อง “ปล่อยมันไป”
ในโลกนี้ มีเรื่องอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เราไม่สามารถให้เวลากับมัน หรือไม่สามารถทำในสิ่งนั้นให้ดีที่สุด แต่แล้วเราก็ต้องปล่อย ให้สิ่งเหล่านั้นผ่านไป เพราะหากเรามัว แต่จะ“นับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคา” เวลาของคุณคงไม่พอเป็นแน่
(มีความหมายว่า จะพยายามทำให้คนทั้งโลกรู้สึกพอใจตัวเองในทุกเรื่อง)ดังนั้น ทำอะไรก็ตาม ควรทำเท่าที่เราทำได้ เมื่อทำอย่างดีที่สุดแล้ว คนเขาไม่เห็นว่าดีก็ต้อง “ ปล่อยมันไป”
เลือกทำในสิ่งที่เห็นว่า เราถนัดที่สุด และมีความสุขที่จะทำก็พอแล้ว
อะไรก็ตาม ที่เราไม่ถนัด หรือถึงถนัด…แต่ไม่มีความสุขที่จะทำ ก็อย่าทำเรามีเวลาไม่มากนักหรอกที่จะแบกสารพัดภาระในโลกนี้ ควรมองไหล่ของตัวเอง ดูสักหน่อยว่า พร้อมจะแบกเป้หลังที่มีน้ำหนักมากน้อยเพียงใด อย่าแบกอะไรที่เกินกำลังของตัวเองเพราะไม่เพียงแต่มันจะทำให้คุณเป็นทุกข์ แต่บางทีอาจมีผลต่อการยืนตรงๆ อย่างยาวนานของคุณด้วย
แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ขออนุโมทนาขอบคุณชาวพุทธทุกท่านที่กรุณา forward mail แนะนำธรรมทานนี้ต่อ ๆ กันไป
ทางชมรมฯ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ใด ๆ และขออภัยอย่างสูง หาก mail นี้รบกวนท่าน
กรุณา reply เพื่อปฏิเสธการรับ mail ครั้งต่อไปด้วยผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า
-
สิ่งที่หายไปใน “ทะเบียนสมรส”
Posted on June 8th, 2010 No commentsภรรยาแสนจะภูมิใจที่เห็นสามีนั่งดูทะเบียนสมรสอยู่นานแสนนาน
ในที่สุดก็เอ่ยปากถามสามีว่า ” ดูไม่เบื่อเลยหรือคะ ”
สามีสุดที่รักเลยบอกว่า ” ไม่หรอก ผมพยายามหา วันที่มันหมดอายุ อยู่น่ะ ”แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
เเด่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อว่า “แม่”
Posted on May 26th, 2010 No commentsเมื่อคุณเกิดมาในโลกนี้ แม่อุ้มคุณไว้ในอ้อมอก คุณขอบคุณแม่ด้วยการเปล่งเสียงร้องไห้
เมื่อคุณอายุ 1 ขวบ แม่ป้อนข้าวและอาบน้ำให้คุณ คุณขอบคุณแม่โดยการร้องไห้งอแง
เมื่อคุณอายุ 2 ขวบ แม่สอนให้คุณหัดเดิน คุณขอบคุณแม่ด้วยการวิ่งหนีทุกครั้งที่แม่เรียกหา
เมื่อคุณอายุ 3 ขวบ แม่ทำอาหารทุกอย่างให้คุณด้วยความรัก คุณขอบคุณแม่ด้วยการโยนจานลงบนพื้น
เมื่อคุณอายุ 4 ขวบ แม่ให้ดินสอสีแก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการระบายสีเลอะเต็มบ้าน
เมื่อคุณอายุ 5 ขวบ แม่แต่งชุดสวยๆ(หรือหล่อๆ)ให้คุณไปเที่ยว คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำชุดเลอะโคลน
เมื่อคุณอายุ 6 ขวบ แม่ไปส่งคุณที่รร. คุณขอบคุณแม่ด้วยการร้องไห้ตะโกนว่า ‘ไม่ไป… ไม่ไป… ไม่ไป…”
เมื่อคุณอายุ 7 ขวบ แม่ซื้อไอศกรีมให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำมันหกเลอะเทอะไปทั่ว
เมื่อคุณอายุ 8 ขวบ แม่ซื้อลูกบอลให้คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการทำกระจกเพื่อนบ้านแตก
เมื่อคุณอายุ 9 ขวบ แม่สอนให้คุณเล่นเปียโน คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เคยแม้แต่จะซ้อม
เมื่อคุณอายุ 10ขวบ แม่พาคุณไปเรียนพิเศษและพาไปงานวันเกิดเพื่อน คุณขอบคุณแม่ด้วยการกระโดดลงจากรถโดยไม่คิดที่จะหันกลับมามอง
เมื่อคุณอายุ 11 ขวบ แม่พาคุณกับเพื่อนไปดูหนัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการขอที่นั่งคนละแถว(หรือขอให้แม่ไม่ต้องดู)
เมื่อคุณอายุ 12 ขวบ แม่เตือนคุณว่าอย่าดูทีวี ให้ตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมเข้าม.1 คุณขอบคุณแม่ด้วยการรอให้แม่ไปข้างนอกแล้วดู ต่อโดยไม่อ่านหนังสือเลย
เมื่อคุณอายุ 13 ปี แม่บอกให้คุณตัดผม คุณขอบคุณแม่ด้วยการด่าแม่ว่า ‘แม่นี่…ไม่มีรสนิยมเลย ไม่ต้องมายุ่งกะหนู(ผม)หรอก’
เมื่อคุณอายุ 14 ปี แม่จ่ายเงินซัมเมอร์แคมป์ที่แพงแสนแพงเพื่อให้คุณได้เรียนสิ่งที่ดีๆ คุณขอบคุณแม่ด้วยการไม่เขียนจดหมายหาแม่ซักกะฉบับ
เมื่อคุณอายุ 15 ปี แม่กลับบ้านหลักงานเลิกอยากกอดคุณสักกอด คุณขอบคุณแม่ด้วยการขังตัวเองอยู่ในห้องโดยไม่สนใจ
เมื่อคุณอายุ 16 ปี แม่สอนคุณขับรถ คุณขอบคุณแม่ด้วยการขับรถหนีแม่ไปเที่ยว
เมื่อคุณอายุ 17 ปี แม่จ่ายค่าเรียนกวดวิชาให้คุณได้เรียนเพิ่ม เพื่อหวังให้คุณเก่งและมีความรู้ คุณขอบคุณแม่ด้วยการให้แม่ส่งข้างนอกเพื่อจะได้ไม่อายเพื่อน
เมื่อคุณอายุ 18 ปี แม่ร้องไห้ในวันที่คุณจบชั้นมัธยม คุณขอบคุณแม่ด้วยการฉลองกับเพื่อนตั้งแต่ค่ำยันเช้า
เมื่อคุณอายุ 19 ปี แม่รอโทรศัพท์สายสำคัญจากคุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการใช้โทรศัพท์ตลอดคืนนั้น
เมื่อคุณอายุ 20 ปี แม่ถามว่าคุณมีแฟนรึยัง คุณขอบคุณแม่ด้วยการตอบว่า ‘แม่อย่ามายุ่งกะหนู(ผม)เลย’
เมื่อคุณอายุ 21 ปี แม่แนะนำอาชีพของแม่ให้คุณทำในอนาคตของคุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า ‘หนู(ผม)ไม่อยากเป็นอย่างแม่’
เมื่อคุณอายุ 22 ปี แม่อยากกอดคุณในวันรับปริญญา คุณขอบคุณแม่ด้วยการไปกอดกับเพศตรงข้ามกับคุณโดยไม่กอดแม่ที่ท่านอยากกอดคุณ
เมื่อคุณอายุ 23 ปีแม่ซื้ออพาร์ตเม้นท์และเฟอร์นิเจอร์ให้แก่คุณ คุณขอบคุณแม่ด้วยการว่ากับเพื่อนๆลับหลังว่า’มันช่างเชยและน่าเกลียดเสียนี่กระไร’
เมื่อคุณอายุ 24 ปี แม่บอกให้คุณพาแฟนของคุณมาหาแม่ เมื่อคุณพามา แม่ถามพวกคุณว่าอนาคตวางแผนไว้ว่าอย่างไร คุณขอบคุณแม่ด้วยการจ้องเขม็งและพูดว่า ‘แม่จะมายุ่งอะไรกะหนู(ผม)อีกเนี่ย’
เมื่อคุณอายุ 25 ปี (สำหรับผู้ชาย)แม่ช่วยออกค่าสินสอดให้กับคุณ และบอกกับคุณว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า’อายคนอื่นเขาน่า แม่’
(สำหรับผู้หญิง)แม่ช่วยออกค่าใช้จ่ายในงานแต่งงานให้คุณ และบอกว่าแม่รักคุณมากขนาดไหน คุณขอบคุณแม่ด้วยการพูดว่า’หนูอยากไปอยู่ต่าง-ประเทศเพื่อจะได้สวีทกับแฟนโดยไม่มีแม่’
เมื่อคุณอายุ 30 ปี แม่โทรมาหาและแนะนำวิธีเลี้ยงเด็ก คุณขอบคุณแม่โดยการบอกว่า ‘สมัยนี้มันเปลี่ยนไปแล้วล่ะค่ะแม่’
เมื่อคุณอายุ 40 ปี แม่โทรมาชวนคุณไปงานวันเกิดญาติ คุณขอบคุณแม่และญาติว่า ‘ตอนนี้ไม่ว่างเลย’
เมื่อคุณอายุ 50 ปี แม่ชราและไม่สบาย อยากให้คุณดูแล คุณขอบคุณแม่ด้วยการบอกว่า ‘มันเป็นภาระนะแม่ หนูมีงานอีกเยอะแยะ’
และแล้ววันหนึ่ง แม่จากคุณไปอย่างสงบ และทุกอย่างที่คุณไม่เคยทำมาก่อน จะเหมือนฟ้าผ่าในใจคุณโปรดใช้เวลาสักนิด แสดงออกถึงความลึกซึ้งแด่ ‘แม่’
ไม่มีอะไรมาแทนแม่ได้ แม้ว่าบางคราวแม่จะไม่ใช่คนที่เข้าใจคุณมากที่สุด หรือเห็นด้วยกับคุณ แต่ก็คือ’แม่’ของคุณ และเชื่อได้ว่าจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ รับฟังคุณ ความกังวลของคุณลองถามตัวเองดู คุณมีเวลาที่จะฟังความเศร้า ความกังวลใจไม่ว่าจากการงาน จากงานบ้าน หรือจากงานในครัวของแม่ไหม คุณเคยนึกถึงความทุกข์ของแม่ที่ต้องทำทุกอย่างเพื่อคุณและทุกคนไหม
รักแม่ให้มาก แม้ว่าจะคิดเห็นแตกต่างการ เพราะเมื่อแม่จากไป จะเหลือเพียงความเสียใจและความทรงจำเท่านั้น
อย่าเพิกเฉยกับคนที่ใกล้หัวใจคุณที่สุด รัก”แม่”ให้มากกว่ารักตัวเอง แสดงให้แม่รู้ว่าคุณก็”รัก”ก่อนที่จะทำได้เพียงบอกรักกับ”รูป”ของแม่เท่านั้น
แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
20 ยา มหัศจรรย์สำหรับคุณ โดยไม่ต้องพึ่งหมอ
Posted on May 24th, 2010 No comments1. ปวดหัว กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด น้ำมันจากปลามีสรรพคุณป้องกันการปวดหัว กินพร้อม ๆ กับขิง จะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลง
2. แพ้ละออง เป็นแพ้ทั้งฝุ่นและเกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว
3. โรคหัวใจ ดื่มชาเขียว เป็นประจำ สารในชาเขียว ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด
4. โรคนอนไม่หลับ ดื่มน้ำผึ้ง เป็นประจำ สารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาททำให้นอนหลับฝันดี
5. โรคหืดหอบ กินหอม ต้นหอม หรือ หัวหอม ก็ได้มีตัวยาทำให้หลอดลมปลอดโปร่ง
6. โรคไขข้ออักเสบ กินปลาเท่านั้น แก้ไขเป็นปกติได้ ได้แก่ ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาซาดีนส์ (ปลากระป๋อง) น้ำมันปลาทำให้โรคไขข้ออักเสบบรรเทาลง
7. ท้องผูก ท้องอืด ให้กินกล้วย หรือ ขิง กล้วยทำให้ไม่ท้องผูก และขิงทำให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป
8. ติดเชื้อในถุงกระเพาะปัสสาวะ ให้กินน้ำคั้นจากลูกแคนเบอรี (ไม้เมืองหนาว) กรดเข้มข้นในลูกไม้ฆ่าแบคทีเรียได้
9. ความจำเสื่อม แก้ไขโดย กินหอยนางรม หอยแครง หรือหอยอื่น ๆ ซึ่งในเนื่อหอยมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมองได้ ดี
10. โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย แก้ไขได้โดยให้กินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีส อยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้
11. โรคหงุดหงิด ฟุ้งซ่านโดยเฉพาะเกิดในผู้หญิงสูงอายุด้วย ให้กินข้าวโพดช่วยบรรเทาอาการเครียด ความวิตกกังวล และความคิดสับสนได้
12. เป็นหวัด กินกระเทียม ทำให้จมูกโปร่ง สมองโล่ง กระเทียมช่วยลดไขมันในเลือดได้อีกด้วย
13. ไอ จาม กินพริกแดง สารที่นำมาทำยาแก้ไอนั้นสกัดมาจากพริกแดง
14. มะเร็งเต้านม กินข้าวสาลี รำข้าว และกะหล่ำปลีจะช่วยป้องกัน ได้ดี โดยรำข้าว-กะหล่ำปลี ช่วยให้ร่างกายผลิตฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจนได้ในปริมาณที่เหมาะสม ข้อสำคัญอย่ากินไก่มาก เพราะไก่ใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนในการเร่งการเจริญเติบโต
15. มะเร็งปอด กินส้ม และ ผักใบเขียว มีวิตามินเอ อยู่มากจะช่วยป้องกันการก่อพิษของสารเบต้าแคโรทีน
16. แผลในกระเพาะอาหาร กินกะหล่ำปลี ซึ่งมีสารเคมีช่วยทำให้ แผลเรื้อรังในกระเพาะอาหาร และลำไส้เล็กหายขาดได้
17. โรคท้องร่วง กินแอปเปิ้ลสดทั้งเปลือก ช่วยให้อาการปั่นป่วนในท้องเมื่อเชื้อโรคบิดเล่นงานทุเลาลง
18. เส้นเลือดตีบ กินผลอโวคาโด แก้ได้เพราะไขมันดี ‘โมโรอันแซตเทอเรต’ ที่มีอยู่ในผลไม้ชนิดนี้ ทำลายไขมันเลว ‘คลอเลสเตอรอล’ ได้
19. ความดันโลหิตสูง กินผลโอลีฟ และผักขึ้นฉ่าย พืชทั้งสองชนิดนี้มีสารเคมี ทำให้ระดับความดันเลือดลดลง
20. น้ำตาลในเลือดไม่สมดุล กินผักบร็อกโรลี่ และถั่วลิสง ซึ่งมีอินซูลินทำให้น้ำตาลในเลือดสมดุลได้
แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
การบรรยายธรรมะ โดยท่าน ว.วชิรเมธี
Posted on May 24th, 2010 No commentsท่าน ว.วชิรเมธี ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้
1. อย่าเป็นนักจับผิด
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง ” กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก”
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส “จิตประภัสสร” ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี “แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข”2. อย่ามัวแต่คิดริษยา
“แข่งกันดี ไม่ดีสักคน ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน” คนเราต้องมีพรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า ” เจ้ากรรมนายเวร ” ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น ” ไฟสุมขอน ” ( ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อน
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี ” แผ่เมตตา ” หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป3. อย่าเสียเวลากับความหลัง
90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ ” ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น ”
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ ” อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน ”
” อยู่กับปัจจุบันให้เป็น “ ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี ” สติ ” กำกับตลอดเวลา4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ
” ตัณหา ” ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ ธรรมชาติของตัณหา คือ ” ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม ”
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลาไม่ใช่มีไว้ใส่เพื่อความโก้หรู
คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์
เราต้องถามตัวเองว่า เิกิดมาทำไม ” ” คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ” ตามหา ” แก่น ” ของชีวิตให้เจอ
” คำว่า ” พอดี “ คือ ถ้า ” พอ ” แล้วจะ ” ดี “ รู้จัก ” พอ ” จะมีชีวิตอย่างมีความสุข ”แหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
สาเหตุที่ผม ยังไม่มีภรรยา
Posted on May 24th, 2010 No commentsสาเหตุที่ผม ยังไม่มีภรรยาเพราะว่า …………….
ผมสามารถเอ็นจอย xxx ในราคาที่คุ้ม ค่า
เที่ยวทุกอาทิตย์ = 2,000 x 4 = 8,000 บาท/เดือน
= 8000 x 12 = 96,000 บาท/ปี
เลือกได้ทุกรุ่น ทุกขนาด ใหม่ล่าสุดแกะกล่อง
ไม่มีข้อผูก พันใดๆ รับประกันคุณภาพและการบริการหาเมีย
ต้นทุนระหว่างจีบ = 100,000 up
ต้นทุนดาวน์ = 300,000 บาท up
ค่าที่ อยู่อาศัยให้ = 1,500,000 up
ค่าพาหนะ = 600,000 up
ค่าบำรุง รายเดือน = 50% ของเงินเดือน up
ไม่รวมค่าเสียเวลาและประสาทเสียจากการแทรกแซง
และการไร้คุณภาพเป็นพักๆของ ผลิตภัณฑ์ซื้อแล้วห้ามเปลี่ยนคืน ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์อื่นร่วม
ผลิตภัณฑ์มีอายุยืนยาว แต่คุณภาพเสื่อมทันทีที่ซื้อ
ผลิตภัณฑ์อาจเป็นสินค้ามือสอง แต่จำหน่ายในราคาเต็ม
คุณไม่มีสิทธิ์ครอบครอง ผลิตภัณฑ์
แต่ผลิตภัณฑ์มีสิทธิ์ครอบครองคุณ
และทุกสิ่งที่คุณ เป็นเจ้าของ
ผลิตภัณฑ์เกิดแตกหน่อ รายได้ข้างต้นที่ว่ามาทั้งหมด
ต้องหักออกอีก 30% ของรายได้…‘ ภรย ตา มา ปรมา ทุกขา ‘ การมีภรรยา มีทุกข์อย่าง ยิ่ง
มีเมีย เหมือนมือถือ ………เป็นเหมือนสื่อคอย ติด ตา ม
มีเมีย เหมือนมียาม ………….คอยสอบถามยุ่มย่ามใจ
มีเมีย เหมือนมีบ้าน …………..อยู่นานนานย่อมเบื่อได้
มีเมีย เหมือน มอไซค์ …………ซิ่งเร็วไปอาจเสี่ยง ตา ย
มีเมีย เหมือน มีรถ ……………….ราคาหดเวลาข าย
มีเมีย เหมือนผีพราย …………. หากร่างกายไม่แต่งเติม
มีเมีย เหมือนม้าห้อ ……………..ควบไม่รอยามฮึก เหิม
มีเมีย เหมือนบัตรเสริม ………ต้องคอยเติมเงินเรื่อยไป
มีเมีย เหมือนปีศาจ ……………ยามอาละวาดน่าตกใจ
มีเมีย เหมือนมี ไห…………….ปลาร้า….ใส่หลายร้อยปี
มีเมีย เหมือนมี คอมพ์ ………ต้องคอยซ่อมบ่อยเหลือที่
มีเมีย เหมือนปลา กระดี่ ………….ได้น้ำดีก็จากไป
มีเมีย เหมือนดั่งเสือ ……………. ขย้ำเหยื่อจะเหลือไร
มีเมีย เหมือนกรรไกร…….. ตัดทีไรขาดทุกที
มีเมีย ชอบจ่ายดะ ………………….ซื้อไม่ละ..นะคุณพี่
มีเมีย ชอบ เซ้าซี้ ……………………บ่นทุกทีที่เจอกัน
มีเมีย ละเหี่ย ใจ……………. แล้วทำไมชอบมีกันแหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้ไม่สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
ไฟไหม้! ความรู้เบื้องต้นเพื่อพ้นอัคคีภัย(ยามหลับ)
Posted on March 5th, 2010 No commentsหากเกิดเพลิงไหม้ในขณะที่คุณหลับ คุณจะตื่นเพราะควันไฟหรือไม่ คุณจะมองเห็นทางหนีหรือไม่ คุณจะมีเวลาเท่าไรในการหนีไฟถ้าคุณไม่ทราบคำตอบ คุณอาจจะเป็นหนึ่งในหมื่นๆ คนที่ได้รับอันตรายจากอัคคีภัยทุกๆ ปี แม้ว่าเครื่องมือหรืออุปกรณ์ดับเพลิงต่างๆ จะช่วย ให้เราดับไฟได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ การเตรียมตัว เตรียมใจ และมีสติอยู่เสมอ เพราะการมีสติจะช่วยให้ปลอดภัยจากไฟร้าย
ข้อสำคัญประการแรก คือ ความร้อน ถ้า สูดอากาศที่มีความร้อน 150 องศาเซลเซียส ปอดจะถูกทำลาย อุณหภูมิที่ร้อนถึง 150 องศาเซลเซียสจะทำให้ร่างกายหยุดทำงาน หมดสติ และเสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่วินาที และไฟที่ลุกไหม้ มาเป็นเวลา 1นาทีกว่าๆ จะทำให้อุณหภูมิในห้อง สูงถึง 700 องศาเซลเซียส ถ้าเข้าไปใน ห้องนั้นจะเสียชีวิตทันที
ข้อสำคัญประการที่สอง คือ เวลา เวลา ในการหนีไฟนั้นมีน้อยมาก หากเกิดไฟไหม้ เพียง 30วินาทีก็จะไม่สามารถควบคุม ไฟได้ภายในเวลา 1 นาที ไฟจะเริ่มกระจายไปทั่วห้อง, 2 นาทีควันจะเริ่มกระจายไปชั้น บน และมีสัญญาณเตือนควันไฟดังขึ้น, 3 นาทีห้องชั้นล่างเต็มไปด้วยควันไฟ, 4 นาที ทางเดินชั้นบนและชั้นล่างไม่สามารถเดินผ่านได้ ซึ่งเป็นเวลาเพียง 2 นาทีหลังจากได้รับ สัญญาณเตือน ในเวลาเพียง 5 นาที ควันไฟ ก๊าชพิษและความร้อน จะทำให้ทุกคน ในบ้านเสียชีวิตดังนั้น ท่านจะมีเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น ในการพาครอบครัวของท่านหนีไฟ ข้อสำคัญประการที่สาม คือ ความมืดควันไฟที่เกิดจากการลุกไหม้ทำให้เกิดความมืดขึ้นทันที ก่อนที่มันจะมีแสงเพลิง และกระแส ไฟฟ้าที่มีจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ ฉะนั้นคุณควรเตรียมไฟฉายไว้ในยามฉุกเฉิน
ข้อควรปฏิบัติ หากสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ดังขึ้นกลางดึก
1. ให้รีบปลุกทุกคนแล้วออกจากบ้านทันที
2. หากไม่สามารถออกจากบ้านได้ ให้กลับเข้าห้องแล้วปิดประตู จะช่วยป้องกัน ท่านจากเปลวไฟได้ แล้วรอคนมาช่วย
3. หากไม่มีคนมาช่วย ต้องรู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหน ควรวางแผนให้ดี ว่าใครมีหน้าที่อะไร
4. หากอยู่ในตึกสูง ให้โทรแจ้งพนักงานดับเพลิงมาช่วย นำผ้าเปียกวางปิดช่องประตู แล้วเปิดหน้าต่าง และคอยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือข้อควรจำ 15 ประการ ที่จะช่วยให้คุณรอดชีวิตได้ในกรณีเกิดไฟไหม้ในบ้านของคุณ อาคาร อพาร์ทเมนท์ หรือสำนักงาน
1. หนีทันทีเมื่อมีสัญญาณ สิ่งแรกที่จะต้องทำเมื่อเกิดไฟไหม้ขึ้นในบ้านก็คือ ทั้งตัวคุณและสมาชิกในครอบครัว ต้องรีบออกจากบ้านไป ทันที ไฟสามารถลุกลามได้เร็วกว่าที่คุณจะวิ่งได้ทัน ดังนั้นจงรีบหนีออกไปเร็ว ๆ
2. คลานหนีเมื่อมีควัน ถ้าจำเป็นต้องหนีฝ่าควันไฟออกไป จงหมอบคลานใกล้ พื้นเข้าไว้ห้ามวิ่งออกไป เพราะ 80% ของผู้เสียชีวิตเกิดจากสำลักควันและขาด อากาศหายใจ ควรหาถุงพลาสติกตักเอาอากาศบริสุทธิ์ครอบศรีษะแล้วคลานต่ำ หรือใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูกเพื่อป้องกันสำลักควัน
3. หายใจสั้น ๆ ทางจมูก อย่าหายใจทางปาก
4. ซ้อมแผนหนีไฟ ควรซักซ้อมเอาไว้ให้มั่นใจได้ว่า พวกเด็ก ๆ ลูกหลานของคุณ สามารถเปิดประตูและหน้าต่างออกไปสู่ทางหนีไฟได้เอง ถ้าพบควันไฟที่บันได หรือในห้องโถงจงหันไปใช้ทางอื่นที่ได้กำหนดกันไว้ก่อนแล้ว
5. รู้ทางหนีไฟ ต้องเตรียมการให้มั่นใจได้ว่า บุคคลในครอบครัวของคุณ รู้จักทางหนีที่เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุดจากทุกห้องในบ้าน แล้วปิดประตูที่อยู่ข้างหลังเสีย เก็บไฟฉายไว้ใกล้ตัวตลอดเวลาในตอนกลางคืน เพื่อช่วยให้หนีฝ่าความมืดออกไปได้
6. ฝึกเดินในความมืด จงฝึกรับเหตุการณ์ไฟไหม้อย่างง่าย ๆ กับสมาชิกในครอบครัวของคุณเป็นประจำ โดยหลับตาแล้วเดินชิดกำแพงไปที่ประตูทางออก และ สอนลูก ๆ ให้รู้จักใช้โทรศัพท์แจ้งไฟไหม้ถ้าพวกเขา ติดอยู่ในบ้านเมื่อออกจากบ้านไม่ได้
7. ถ้าเกิดไฟไหม้ขึ้นในตึกสูง ๆ เช่น ในอพาร์ทเม้นท์ หรือในอาคารสำนักงาน หรือในโรงแรม ให้รีบออกไปโดยเร็ว หลายคนเสียชีวิตไปเนื่องจาก ไม่ได้ตระหนักว่าไฟไหม้เล็ก ๆ น้อย ๆ จะลุกลามได้รวดเร็วเพียงใด
8. ปิดช่องความร้อนและควันไฟ จงปิดประตูและหน้าต่างหรือช่องต่างๆ ให้หมดเพื่อป้องกันไฟแพร่กระจายไป โดยใช้ผ้าชุบน้ำเปียกๆอุดทางเข้าของไฟ
9. อย่าใช้ลิฟท์ หนีทางบันได อย่าใช้ลิฟท์เวลาไฟไหม้ กระแสไฟฟ้ามักจะถูกตัดขาดเสมอ ดังนั้นจึงเสี่ยงต่อการติดค้างอยู่ในลิฟท์
10. ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ ถ้าติดอยู่ในห้องที่เต็มไปด้วยควันไฟ จงหมอบชิดกับพื้นที่มีอากาศบริสุทธิ์ดีกว่า เคาะทำให้เกิด เสียงดังหรือ พยายามอยู่ใกล้หน้าต่างเพื่อจะได้ตะโกนขอความช่วยเหลือได้ และจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์จากหน้าต่างด้วย
11. ไฟไหม้นอกห้องดูความร้อนของประตู ใช้มือคลำประตูทุกบาน ถ้ามันร้อนอย่าเปิด ถ้ายังรู้สึกเย็นอยู่จงเปิดช้า ๆ และเลี่ยงไปอยู่ข้างหลังประตู อย่าก้าวผ่านประตูออกไป หากรู้สึกว่ามีความร้อนหรือความกดดันผ่านเข้าทาง หน้าต่างที่เปิดออกไป จงผลักมันปิดเสียทันที
12. ไฟไหม้ในห้องหนีแล้วปิดประตู หากไฟไหม้ภายในห้อง หนีออกจากห้องแล้วปิดประตูห้องทันที ป้องกันเพลิงลุกลามติดต่อไปยังห้องข้างเคียง
13. ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง พร้อมทั้งศึกษาวิธีการใช้อย่างละเอียด แต่หากไม่สามารถ ดับไฟได้ ให้รีบออกจากที่เกิดเหตุทันที อย่าพยายามดับไฟด้วยตัวเองอีกต่อไป
14. อย่ากระโดดลงไปจากตึก หลายคนตื่นกลัวจนลืมตัว แล้วกระโดดลงไปจนเสียชีวิตโดยลืมนึกไปว่าคนที่จะมาช่วยชีวิตตนกำลัง จะมาถึงภายใน 2-3 นาทีนี้แล้ว
15. ถ้ามีคนจำนวนมากเบียดเสียดกันไปยังทางออกใหญ่ จงหลีกฝูงคนที่กำลังชุลมุนกันอยู่นั้น แล้วพยายามหาทางออกอื่น หลายคนถูกเหยียบย่ำอยู่ในฝูงคนที่กำลังแตกตื่นกันอยู่นั้นเมื่อหนี ออกไปได้อย่างปลอดภัยแล้ว อย่าหวนกลับเข้าไปอีก จงแจ้งเหตุกับกองดับเพลิง โดยโทรศัพท์ ที่หมายเลข 199 จง รีบออกไปเร็ว ๆ อย่าประมาทว่าไฟไหม้นิด ๆ หน่อย ๆ คงจะไม่ลุกลาม รวดเร็วเท่าไรนัก อย่าตื่นตกใจจนลืมตัว
ข้อควรปฏิบัติ หากสัญญาณเตือนเพลิงไหม้ดังขึ้น
1. ให้รีบออกจากบ้าน หรือที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ทันที
2. หากไม่สามารถออกจากบ้านได้ ให้กลับเข้าห้องแล้วปิดประตู จะช่วยป้องกัน ท่านจากเปลวไฟ ได้ แล้วรอคนมาช่วย
3. หากไม่มีคนมาช่วย ต้องรู้ว่าทางออกอยู่ที่ไหน ควรวางแผนให้ดี ว่าใครมีหน้าที่อะไร
4. หากอยู่ในตึกสูง ให้โทรแจ้งพนักงานดับเพลิงมาช่วย นำผ้าเปียกวางปิดช่องประตู แล้วเปิดหน้าต่าง และคอยส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ**การวางแผนหนีไฟ โดยติดตั้งเครื่องตรวจจับควันไฟ หมั่นฝึกซ้อมการหนีไฟ เรียนรู้ถึงทางหนีไฟจาก ทุกห้องในบ้าน และที่สำคัญคือ มีสติ แล้วคุณจะรอดพ้นจากอัคคีภัย**
-
หน้านอก หน้าใน หน้าที่
Posted on March 5th, 2010 No commentsหน้านอก บอกความงาม
หน้าใน บอกความดี
หน้าที่ บอกความสามารถ
หน้านอก… แต่งให้พอดี
หน้าในและหน้าที่… แต่งให้มากๆแหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า -
รวมคำคม สอนใจ
Posted on March 5th, 2010 No commentsโลกกลมๆ ใบนี้ไม่มีอะไรได้มาฟรี ๆ
ของฟรีไม่เคยมี ของดีไม่เคยถูก
อยู่ให้ไว้ใจ ไปให้คิดถึง
คนเราต้องเดินหน้า เวลายังเดินหน้าเลย
ไม่ต้องสนใจว่าแมวจะสีขาวหรือดำ ขอให้จับหนูได้ก็พอ
ยิ่งมีใจศรัทธา ยิ่งต้องมีสายตาที่เยือกเย็น
ในโลกกลม ๆ ใบนี้ ไม่มีคำว่า แน่นอน~
คนเราเมื่อ ตัวตายก็ต้องลงดินท้อแท้ได้ แต่อย่าท้อถอย
อิจฉาได้ แต่อย่าริษยา
พักได้ แต่อย่าหยุด
เหตุผลของคน ๆ หนึ่ง อาจไม่ใช่ของคน อีกคนหนึ่ง
ถ้าไม่ลองก้าว จะไม่มีวันรู้ได้เลยว่า ข้างหน้าเป็นอย่างไร
หนทางอันยาวไกลนับหมื่นลี้ ต้องเริ่มต้นด้วยก้าวแรกก่อนปัญหาทุกอย่าง อยู่ที่ตัวเราทั้งสิ้น
จะเห็นค่าของความอบอุ่น เมื่อผ่านความเหน็บนาวมาแล้ว
อันตรายที่สุดคือ การคาดหวังเริ่มต้นดีแล้ว ลงท้ายก็ต้องดีด้วย
อย่ายอมแพ้ ถ้ายังไม่ได้พยายามอย่างเต็มที่
จงใช้สติ อย่าใช้อารมณ์
เบื้องหลังความเข้มแข็ง สมควรมีความอ่อนโยน
ไม่มีคำว่า บังเอิญ ในเรื่องของความรัก มีแต่คำว่า ตั้งใจ
ยินดีกับสิ่งที่ได้มา และยอมรับกับสิ่งที่เสียไปหลังพายุผ่านไป ฟ้าย่อมสดใสเสมอ
หลังผ่านปัญหา จะรู้ว่าปัญหานั้นเล็กนิดเดียว
ไม่เป็นขุนนางนะ ได้ แต่ไม่เป็นคนไม่ได้
มีแต่วันนี้ที่มีค่า ไม่มีวันหน้า วันหลัง
เมื่อวานก็สายเกินแล้วพรุ่งนี้ ก็สายเกินไป
อย่าหวังว่าจะได้รับความรัก จากคนที่คุณรัก
เพราะคนที่คุณรัก ไม่ได้รักคุณ หมดทุกคนแหล่งข้อมูล: Forword Mail
ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า



