GoodToKnow.PureThailand.com รวมเรื่องน่ารู้จาก forward mail
RSS icon Email icon Home icon
  • ปรัชญาที่ชาวจีนถือว่าเป็นมนตรานำโชคมาสู่ชีวิต (chinese tantra totem for good luck)

    Posted on February 7th, 2010 goodtoknow No comments

    – จงให้มากกว่าที่ผู้รับต้องการ และทำอย่างหน้าชื่นตาบาน
    – จงพูดกับคนที่ถึงแม้จะอายุน้อยกว่า แต่เขาก็มีความสำคัญเท่ากัน
    – จงอย่าเชื่อทุกอย่างที่ได้ยิน ใช้ทั้งหมดที่มี และนอนเท่าที่อยากจะนอน
    – เมื่อกล่าวคำว่า ‘ฉันรักเธอ’ จงหมายความตามนั้นจริง ๆ
    – เมื่อกล่าวคำว่า ‘ขอโทษ’ จงสบตาเขาด้วย
    – ก่อนจะตัดสินใจแต่งงาน จงหมั้นเสียก่อนอย่างน้อย 6 เดือน
    – จงเชื่อในรักแรกพบ
    – อย่าหัวเราะเยาะความฝันของผู้อื่น คนที่ไม่มีฝันก็เหมือนไม่มีอะไร
    – เมื่อรักจงรักให้ลึกซึ้ง และ ร้อนแรง อาจจะต้องเจ็บปวดแต่นั่นคือหนทางเดียวที่ทำให้ชีวิตถูกเติมเต็ม
    – ในเหตุการณ์ขัดแย้ง โต้อย่างยุติธรรม ไม่มีการตะโกนใส่กัน
    – อย่าตัดสินคนเพียงเพราะญาติๆ ของเขา
    – จงพูดให้ช้า แต่ต้องคิดให้เร็ว
    – ถ้าถูกถามด้วยคำถามที่ไม่อยากตอบ จงยิ้มแล้วถามกลับว่า จะรู้ไปทำไม
    – จงจำไว้ว่า สองสิ่งที่ยิ่งใหญ่ คือความรัก และความสำเร็จ ล้วนต้องมีการเสี่ยง
    – พูดว่า ขอพระคุ้มครอง เมื่อได้ยินใครจาม
    – เมื่อพ่ายแพ้ จงอย่าสูญเสียบทเรียนไปด้วย
    – จงจำ 3 R :- นับถือผู้อื่น นับถือตนเอง รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ
    – จงอย่าให้ความขัดแย้งเล็กๆ น้อยๆ มาทำลายมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่
    – ทันทีที่รู้ตัวว่าทำผิด ลงมือแก้ไขทันที
    – จงยิ้มเวลารับโทรศัพท์ ผู้ฟังจะเห็นได้จากน้ำเสียงของเรา
    – จงหาโอกาสอยู่กับตัวเองบ้าง

  • กลอนสอนใจ

    Posted on December 10th, 2009 goodtoknow No comments

    ไม่ต้องบินให้สูงอย่างใครเขา…
    จงบินเอาเท่าที่เราจะบินไหว
    ท่าที่บินไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร
    แค่บินไปให้ถึงฝัน เท่านั้นพอ

    ถ้าโกรธกับเพื่อน. . . มองคนไม่มีใครรัก
    ถ้าเรียนหนัก ๆ . . . มองคนอดเรียนหนังสือ
    ถ้างานลำบาก . . . มองคนอดแสดงฝีมือ
    ถ้าเหนื่อยงั้นหรือ . . . มองคนที่ตายหมดลม

    ถ้าขี้เกียจนัก . . . มองคนไม่มีโอกาส
    ถ้างานผิดพลาด . . . มองคนไม่เคยฝึกฝน
    ถ้ากายพิการ . . . มองคนไม่เคยอดทน
    ถ้างานรีบรน . . . มองคนไม่มีเวลา

    ถ้าตังค์ไม่มี . . . มองคนขอทานข้างถนน
    ถ้าหนี้สินล้น . . . มองคนแย่งกินกับหมา
    ถ้าข้าวไม่ดี . . . มองคนไม่มีที่นา
    ถ้าชีวิต??ย่ . . .มองคนที่แย่ยิ่งกว่า

    อย่ามองแต่ฟ้า . . .ที่สูงเกินตาประจักษ์
    ความสุขข้างล่าง . . . มีได้ไม่ยากเย็นนัก
    เมื่อรู้แล้ว . . . จัก . . . ภาคภูมิชีวิตแห่งตน

    ไม่จำเป็นต้องรวย
    มีความสุขแบบที่เรามีก็พอแล้ว

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • ความรักของหญิงตาบอด

    Posted on November 30th, 2009 goodtoknow No comments

    มีผู้หญิงคนหนึ่งประสบอุบัติเหตุ
    ทำให้ต้องตาบอดทั้งสองข้าง
    และเธอก็ทุกข์ทรมานกับการสูญเสียการมองเห็น

    แต่สามีเธอก็พยายาม ปลอบใจ และให้กำลังใจเธอตลอด
    พยายามสอนให้เธอใช้ประสาทสัมผัสให้มากขึ้น

    ที่ทำงานของเธอกับสามีอยู่คนละทาง
    แต่เขาก็ขับรถไปส่ง และไปรับอยู่เสมอ

    จนวันหนึ่งสามีเธอรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมาก
    เขาจึงพูดกับเธอว่าให้เธอลองพยายามขึ้นรถเมล์ไปทำงานเอง
    โดยที่เขาไม่ต้องไปรับไปส่งได้ใหม
    นาทีนั้น เธอรู้สึกเหมือนโดดเดี่ยว และน้อยใจสามีเธอ
    แต่เธอก็พยายามทำตามที่เขาขอ
    เธอพยายามขึ้นรถเมล์เอง พยายามไปทำงานด้วยตัวเอง

    Read the rest of this entry »

  • ทำไมน้ำตกถึงสวย

    Posted on November 22nd, 2009 goodtoknow No comments

    ข้อคิดประจำวัน จากธรรมะสวัสดี

    พ่อ : รู้มั้ยลูก…ทำไมน้ำตกถึงสวย…  
    ลูก : ก็เพราะมันเป็นน้ำตกไงคะพ่อ…  

    พ่อ : ไม่ใช่หรอกลูก…    
      … ที่น้ำตกสวยน่ะ…   … เพราะน้ำตกไม่ยอมเก็บน้ำไว้ในชั้นของตัวเองต่างหาก…  
    ลูก : หมายความว่าไงคะพ่อ…  

    พ่อ : ลูกสังเกตไหมล่ะว่า…  
      … เวลาน้ำตกตกลงมาจากชั้นหนึ่งแล้ว…    
      … น้ำนั้นก็จะถูกส่งต่อลงไปอีกชั้นหนึ่งทันที..  
      … เพราะวิธีนี้ที่น้ำตก…ไม่เห็นแก่ตัว…  
      … แต่ยอมส่งน้ำที่ตกมาจากชั้นอื่น..แล้วส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ อย่างนี้..  
      … น้ำตก..ถึงสวย…    
    … และน้ำตก..จึงยังคงเป็นน้ำตก…ที่มีเสน่ห์..ไงละ  

      ข้อคิดจากเรื่องนี้…  
    อย่าลืมน่ะลูก…    
    ถ้าลูกอยากให้ตัวเองเป็นคนที่น่ารัก…    
    ลูกควรจะเป็นอย่างน้ำตก..    
    หากมีสิ่งดี ๆ ตกมาถึงตัวลูก…    
    อย่าเก็บสิ่งดี ๆ นั้นไว้..คนเดียว..    
    ลูกต้องเรียนรู้ที่จะ…แบ่งปัน…ออกไปให้มากที่สุด    
    มีก็แต่คนที่ “ให้” ออกไปเท่านั้นแหละ…ลูก..  
    จึงจะเป็นคนที่ “ได้รับ” อย่างแท้จริง…  
    จากธรรมะสวัสดี

    แหล่งข้อมูล: ธรรมะสวัสดี (Foward Mail)
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • หนึ่งปีที่ไม่เท่ากัน

    Posted on November 6th, 2009 goodtoknow No comments

    หนึ่งปีที่ไม่เท่ากัน
    รายงานโดย : หนูดี – วนิษา เรซ: วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

    เวลาหนึ่งปีมีค่าไม่เท่ากันสำหรับคนสองคน ไม่เท่ากันสำหรับคนสามคน และไม่เท่ากันสำหรับคนสิบคน แม้เวลาในปฏิทินจะเท่ากันก็ตาม

    ตอนอายุสิบแปด หนูดีเคยได้รับสิทธิพิเศษที่เด็กไทยน้อยคนจะได้รับในวันที่เรียนจบชั้นมัธยมศึกษา แต่เด็กอเมริกันหรืออังกฤษได้ รับกันเป็นเรื่องธรรมดา นั่นคือ คำอนุญาตให้เดินทางท่องเที่ยวหรือเรียนอะไรก็ได้เป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม โดยยังไม่ต้องตรงดิ่งเข้ามหาวิทยาลัยในทันทีเหมือนเพื่อนๆ ที่จบพร้อมกัน

    แนวคิดนี้เด็กฝรั่งเรียกกันว่า “Gap Year” หรือ “หนึ่งปีระหว่าง” ที่พวกเขามักออกเดินทางท่องโลก หรือไปลองทำงานในสาขาที่กำลังคิดจะเรียนต่อด้านนั้น หรือไปทำงานอาสาสมัครในประเทศโลกที่สาม โดยเด็กๆ และพ่อแม่หวังว่า ภายในเวลาหนึ่งปีที่ไม่ต้องถูกจำกัดด้วยระบบการศึกษา พวกเขาจะรู้จักตัวเองมากขึ้น รู้จักโลกมากขึ้น และกลับมาตัดสินใจเลือกเรียนได้ในสาขาที่เหมาะกับตัวเองที่สุด

    Read the rest of this entry »

  • วิธีคิดแบบคนอินเดีย เขียนโดย V. Raghunathan

    Posted on October 25th, 2009 goodtoknow No comments

    วิธีคิดแบบคนอินเดีย เขียนโดย V. Raghunathan นักวิชาการ ผู้บริหารบริษัทและเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั้งในอินเดียและในต่างประเทศ

    ดช.ปัญญาเป็นเด็กที่เกิดในเมืองแต่ย้ายไปอยู่ในชนบท วันหนึ่งไปซื้อแพะจากชาวนาในราคา 1000 บาทซึ่งชาวนายินดีที่จะส่งมอบแพะในวันรุ่งขึ้น

    พอวันรุ่งขึ้น ชาวนาก็ไปหา ดช.ปัญญาแล้วบอกว่า “ข่าวร้ายหนูเพราะแพะเพิ่งตายไปเมื่อคืนที่แล้วเอง”

    ดช.ปัญญา ก็บอกว่า “ไม่เป็นไร ถ้าเช่นนั้นคืนเงินให้ผมก็แล้วกัน”

    “โอ เสียใจด้วยจริงๆ แต่ฉันใช้เงินนั่นหมดไปแล้ว” ชาวนาพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ

    “ไม่เป็นไร ถ้างั้นเอาแพะตัวนั้นมาให้ฉัน”

    “หนูจะเอาแพะตายไปทำอะไร” ชาวนาถามด้วยความฉงน

    Read the rest of this entry »

  • เดินจังหวะลูก

    Posted on October 8th, 2009 goodtoknow No comments

    รายงานโดย :ธนา  เธียรอัจฉริยะ
    รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น:
    วันพุธที่ 12 สิงหาคม  พ.ศ. 2552

    ผมมีลูกสาวตัวเล็กๆ น่ารักสองคน คนโตชื่อ โมเนต์ อายุห้าขวบกว่าๆ คนเล็กชื่อเมนิ อายุสี่ขวบ กำลังอยู่ในวัยอ้อนพ่ออ้อนแม่ ไม่รู้ว่าใครติดใครกันแน่ รู้แต่ว่าผมต้องพยายามกลับบ้านให้ทัน ก่อนสองสาวนอนหลับเกือบทุกวัน  เสาร์อาทิตย์ก็ตัวติดกันตลอด

    คนเป็นพ่อเป็นแม่ก็มักจะนึกถึงแต่ว่าจะสอนลูกให้เป็นคนยังไง ให้มีน้ำใจ ไหว้สวย ไม่งอแง นึกอะไรออกก็พยายามสอน ก็ไม่ค่อยได้นึกว่าจะเรียนรู้อะไรจากลูกได้ เพราะลูกยังเด็กยังเล็กอยู่ แต่ด้วยความที่อยู่ด้วยกันตลอด มีบ่อยครั้งที่ลูกผมพูดหรือแสดงท่าทีอะไรที่ทำให้ผมต้องหยุดคิด และทบทวนตัวเองเป็นประจำ

    Read the rest of this entry »

  • คนแปลกหน้า กับ คนในครอบครัว

    Posted on September 24th, 2009 goodtoknow No comments

    ฉันเดินชนคนแปลกหน้า ฉันเอ่ยขอโทษไม่ตั้งใจ
    เขากลับตอบ “ขออภัย ผมเองไม่ทันเห็นคุณ”
    เราต่างสุภาพ ถ้อยทีถ้อยอาศัยแสดงน้ำใจ แม้ไม่รู้จักกัน

    แต่ที่บ้านเย็นวันนั้น ฉันทำอาหารอยู่ในครัว
    ลูกสาวตัวน้อยแอบมายืนข้างหลัง
    ไม่ทันระวังฉันหันกลับมาชนเธอล้มลง
    “อย่ามายืนเกะกะ” ฉันดุใส่
    ลูกสาวเดินจากไป หัวใจเธอปวดร้าว
    คืนนั้นฉันได้ยินเสียงกระซิบจากเบื้องลึกของหัวใจ
    กับคนแปลกหน้าเจ้าสุภาพได้กับลูกรักชิดใกล้ ทำไมทำได้ลงคอ
    ดูที่พื้นครัวสิดอกไม้หลากสีที่ลูกอุตส่าห์เก็บมาหวังให้เจ้าแปลกใจตกเกลื่อนอยู่ทั่วไป
    น้ำตาเธอใหล เหตุใดไม่แลเห็น”

    Read the rest of this entry »

  • เมาไม่ขับ เวอร์ชั่นซึ้ง

    Posted on September 20th, 2009 goodtoknow No comments

    ในวันสุดท้ายก่อนวันคริสต์มาส ฉันรีบไปยังซุปเปอร์มาร์เก็ต

    เพื่อซื้อของขวัญที่ฉันไม่ได้ซื้อไว้แต่เนิ่นๆ

    เมื่อฉันเห็นผู้คนทั้งหมดที่นั่น ฉันก็เริ่มบ่นกับตัวเอง

    ฉันคงต้องเสียเวลาเป็นชาติที่นี่แน่ๆ ฉันควรไปที่อื่นดีกว่า

    คริสต์มาสนี่ทำให้รู้สึกแออัดและน่ารำคาญขึ้นทุกๆปีจริงๆ

    สิ่งที่ฉันอยากจะทำคือเอนตัวลงนอนแล้วก็หลับไปและตื่นขึ้นมาเมื่อเวลานี้ผ่านพ้นไปแล้วจริงๆ

    แต่ถึงยังไงฉันก็ยังไปที่แผนกของเล่น

    และฉันก็เริ่มหัวเสียเกี่ยวกับราคาของมันและแปลกใจว่า

    เด็กๆเนี่ยเล่นของเล่นที่แพงขนาดนี้เชียวหรือ

    Read the rest of this entry »

  • สักวันหนึ่ง..

    Posted on September 20th, 2009 goodtoknow No comments

    บทความนี้เขียนขึ้นโดย จอร์จ คอลลิน ซึ่งเป็นดาราตลกที่โด่งดัง เขาเขียนขึ้นในวันที่ 11 กันยายน (ตึกเวิรด์เทรดถล่ม) หลังจากที่ทราบว่าภรรยาของเขาเสียชีวิตในตึกนั้นด้วย.. ทำ..ในสิ่งที่อยากจะทำ อยากให้ทุกคนได้อ่าน ข้อความนี้ มีความหมายดีนะ

    ทุกวันนี้เรามีตึกสูงขึ้น มีถนนกว้างขึ้น  แต่ความอดกลั้นน้อยลง

    เรามีบ้านใหญ่ขึ้น แต่ครอบครัวของเรากลับเล็กลง

    เรามียาใหม่ ๆ มากขึ้น แต่สุขภาพกลับแย่ลง

    เรามีความรักน้อยลง แต่มีความเกลียดมากขึ้น

    เราไปถึงโลกพระจันทร์มาแล้ว แต่เรากลับพบว่า
    แค่การข้ามถนนไปทักทายเพื่อนบ้านกลับยากเย็น………..

    เราพิชิตห้วงอวกาศมาแล้ว แต่แค่ห้วงในหัวใจกลับไม่อาจสัมผัสถึง

    เรามีรายได้สูงขึ้น แต่ศีลธรรมกลับตกต่ำลง

    เรามีอาหารดี ๆ มากขึ้นแต่สุขภาพแย่ลง

    ทุกวันนี้ทุกบ้านมีคนหารายได้ได้ ถึง 2 คน แต่การหย่าร้างกลับเพิ่มมากขึ้น

    ดังนั้น……จากนี้ไป……ขอให้พวกเรา อย่าเก็บของดี ๆ ไว้โดยอ้างว่าเพื่อโอกาสพิเศษ
    เพราะทุกวันที่เรายังมีชีวิตอยู่คือ ……โอกาสที่พิเศษสุด……แล้ว

    จงแสวงหา การหยั่งรู้
    จงนั่งตรงระเบียงบ้านเพื่อชื่นชมกับการมีชีวิตอยู่ โดยไม่ใส่ใจกับความ…..อยาก…  
    จงใช้เวลากับครอบครัว เพื่อนฝูงคนที่รักให้มากขึ้น…….  
    กินอาหารให้อร่อย ไปเที่ยวในที่ที่อยากจะไป
    ชีวิตคือโซ่ห่วงของนาทีแห่งความสุขไม่ใช่เพียงแค่การอยู่ให้รอด
    เอาแก้วเจียระไนที่มีอยู่มาใช้เสีย
    น้ำหอมดี ๆ ที่ชอบ จงหยิบมาใช้เมื่ออยากจะใช้
    เอาคำพูดที่ว่า…….สักวันหนึ่ง……..ออกไปเสียจากพจนานุกรม
    บอกคนที่เรารักทุกคนว่าเรารักพวกเขาเหล่านั้นแค่ไหน
    อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ที่จะทำอะไรก็ตามที่ทำให้เรามีความสุขเพิ่มขึ้น
    ทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที มีความหมาย
    เราไม่รู้เลยว่าเมื่อไรมันจะสิ้นสุดลง

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า