GoodToKnow.PureThailand.com รวมเรื่องน่ารู้จาก forward mail
RSS icon Email icon Home icon
  • เคล็ดลับการถ่ายภาพ ทะเล ให้สวยถูกใจ

    Posted on June 7th, 2009 goodtoknow No comments

    – ถ่าย ภาพตามแสงและใช้ฟิลเตอร์โพลาไรซิงตัดแสงสะท้อน

    – หามุมสูงเข้าไว้จะได้เปรียบ ถ้าจะถ่ายภาพทะเลให้ดูยิ่งใหญ่และสวยงาม ให้พยายามมองหามุมสูง เช่น ภูเขาริมหาด ยอดตึกใกล้ๆ 

    – ให้ เลือกวันที่ท้องฟ้าสดใส เวลาที่แดดส่องสว่าง ความโล่งโปร่งของท้องฟ้าที่สดใสเป็นสีฟ้า ปราศจากเมฆหมอก ในช่วงเวลาสายๆ ประมาณ 9.00-10.00 น. เป็นเวลาที่แดดส่องสว่าง สีของน้ำทะเล สีของหาดทราย รวมทั้งสีสันเสื้อผ้าของผู้คน ใบเรือ และโขดหิน จะเปล่งสีสันจัดจ้านชัดเจนกว่าเวลาอื่นๆ ช่วยทำให้ภาพของคุณมีเสน่ห์น่าประทับใจยิ่งขึ้น

    – ตรงมุมหาดจะถ่ายภาพได้ง่ายกว่ากลางหาด ถ้าพบหาดทรายขาวๆ ยาวๆ ควรไปตั้งต้นที่มุมหาดด้านใดด้านหนึ่ง เพราะที่กลางหาด หาดทรายจะโล่งยาว เป็นแนวตรง ปราศจากความโค้งเว้าที่จะช่วยให้ภาพดูงดงามขึ้น และกลางหาดก็มักจะมีแต่เพียงหาดทรายกับน้ำทะเล ไม่มีแนวก้อนหินหรือทางน้ำไหล ที่จะช่วยเพิ่มลูกเล่นในภาพ

    *** ไปทะเลคราวหน้า อย่าลืม เอาเทคนิคนี้ ไปใช้ถ่ายรูปนะคะ

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • เด็กป.6 ค้นพบสารกำจัด”แมลงสาบ”สูตรตายรัง

    Posted on May 24th, 2009 goodtoknow No comments

    เด็กนักเรียนประถมโรงเรียนสมเด็จประชานุเคราะห์ หัวใสคิดค้นสารกำจัดแมลงสาบ สัตว์ที่เป็นพาหะนำโรคร้ายสูตรตายรังได้สำเร็จ สามารถกำจัดแมลงสาบได้ดีโดยไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์

    แมลงสาบ สัตว์ที่มีนิสัยทำลายข้าวของ ขับถ่ายสกปรก ส่งกลิ่นเหม็น และเป็นตัวแพร่กระจายเชื้อโรคมาสู่คนมากมายได้แก่ โรคทางเดินอาหาร โรคอหิวาตกโรค โรคไทฟอยด์ ภูมิแพ้ และโรคหอบหืด

    สารกำจัดแมลงสาบที่นักเรียนโรงเรียนสมเด็จประชานุเคราะห์ อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์ค้นพบและสามารถกำจัดแมลงสาบให้กลับไปตายที่รังได้สำเร็จ มีส่วนประกอบสำคัญคือ ปูนซีเมนต์ผง ผงแป้งข้าวจ้าว และผงโอวัลติน ซึ่งเมื่อนำผง 3 ชนิดมาผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันมากที่สุดแล้วนำไปวางไว้ในที่ที่มีแมลงสาบซุกชุม พร้อมนำน้ำไปวางใกล้ๆ แมลงสาบจะมากินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำ แล้วจะกลับไปตายที่รังของมัน ซึ่งเป็นวิธีการกำจัดแมลงสาบที่ไม่มีพิษตกค้าง และเป็นอันตรายต่อมนุษย์เหมือนกับการกำจัดแมลงสาบโดยวิธีการใช้สารเคมีฉีดพ่น

    เด็กหญิงเจนจิรา โพนยงค์ นักเรียนชั้นประถมปีที่ 6 โรงเรียนสมเด็จประชานุเคราะห์หนึ่งในผู้คิดค้นสารกำจัดแมลงสาบกล่าวว่า ส่วนประกอบของสารกำจัดแมลงสาบที่นำผสมกันจะมีคุณสมบัติและทำหน้าที่แตกต่างกันไป คือ
    โอวัลตินจะเป็นสารที่ล่อให้แมลงสาบมากินสารกำจัดแมลงสาบ
    แป้งข้าวจ้าวจะทำให้แมงสาบหิวน้ำเมื่อกินเข้าไป
    ส่วนปูนซีเมนต์จะทำให้แมงสาบแน่นท้องและตายเมื่อกินสารกำจัดแมลงสาบและน้ำเข้าไป

     
    ทุกคนทุกบ้านสามารถผลิตสารกำจัดแมลงสาบแบบง่ายๆนี้และนำไปใช้ได้เองอย่างปลอดภัย ไม่มีสารตกค้าง ให้เป็นอันตรายกับชีวิต

    ต้องขอชื่นชมเด็กไทย หัวใส มีสติปัญญาไม่แพ้ประเทศไหนในโลกใบนี้เหมือนกัน ต้องช่วยกันเผยแพร่สิ่งดีๆ นี้ให้รู้กันทั่วไปนะครับ

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • 20 วิธี สบายมีความสุขใน ออฟฟิศ

    Posted on May 23rd, 2009 goodtoknow No comments

    20 วิธีสบายมีความสุขในออฟฟิศ
    แต่ละวันในออฟฟิศก็ยุ่งพออยู่แล้ว อย่าทำให้ชีวิตเรายุ่งยากไปด้วยอีกเลย นี่คือวิธีดูแลตัวเองง่ายๆ ที่ทำให้เป็นคนลัลล้าได้ ตั้งแต่   จันทร์ถึงศุกร์ ไม่เจ็บไม่ไข้ และใจเป็นสุข

    1. เช็ดโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อาการสิวขึ้นเป็นแถบที่ข้างแก้ม นั้นคือสิวที่เกิดจากโทรศัพท์ที่เราพูดลงไปทุกวัน ทั้งฝุ่น ทั้งน้ำลาย แต่ไม่ต้องห่วง สำลีชุบแอลกอฮอล์ช่วยคุณได้
    2. ช้อนส้อม 1 ถ้วยกาแฟ 1 ฟองน้ำล้างจาน 1 ต้องมี! ไม่ใช่ว่ารังเกียจ ไม่ได้ทำตัวเป็นคุณหนู แต่มีไว้ใช้เป็นของส่วนตัวสบายใจ สบายตัวที่สุด เพราะคุณจะรู้หรือว่าใครไม่สบายเป็นอะไรกันบ้าง แล้วคุณรู้มั้ยว่าฟองน้ำล้างจาน ตรงมุมกาแฟนั้น แม่บ้านเปลี่ยนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
    3. อย่าเด็ดขาด! อย่าใส่ชุดสีดำทึม เทาในวันที่ซึมเศร้า เบื่อหน่าย ไปทำงาน เพราะจะทำให้คุณรู้สึกแย่ไปกว่าเดิม
    4. ดื่มน้ำให้ได้วันละ 8-10 แก้ว เชื่อหรือไม่? ว่าอากาศในออฟฟิศที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำนั้น  แห้งได้พอๆ กับทุ่งนากลางแจ้งผิวคุณก็จะขาดความชุ่มชื่นไปได้อย่างไม่รู้ตัว
    5. ยิ้มทุกครั้งเวลาที่รับโทรศัพท์ จะช่วยให้เสียงสวยจนปลายสายอยากเห็นหน้า
    6. ตั้งกระจกไว้ที่โต๊ะทำงาน ช่วยแก้ฮวงจุ้ยได้บ้าง แต่งงานหลักเอาไว้ให้เราได้ฝึกยิ้มอยู่เสมอ ยิ้มบ่อยๆ จะเครียดน้อยลง ใจจะสบายขึ้น
    7. โหลดวอลล์เปเปอร์เป็นรูปขำๆ หรือวิวสวยๆ ไว้ที่หน้าจอ พักสายตาได้ดี
    8. วางแฮนด์ครีมกลิ่นหอมๆ ถูกใจที่สุด ไว้ไกล้ๆ มือ หาบ่อยๆ กลิ่นหอมจะช่วยผ่อนคลายได้ แถมมือยังนุ่มตามมา
    9. เลือกเพลงแจ๊สเบาๆ หรือเป็นเพลงแบบมิวสิค บ็อกซ์ ใสๆ ฟังได้สบายๆ หรือจะเป็นเพลงคลาสสิกก็ดี คลื่นสมองเราจะทำงานได้สงบดีขึ้น แล้วจะเลือกแผ่นไหนดี ให้เลือกเพลงที่ฟังได้เพลินๆ ทำงานไปได้เรื่อย โดยที่ไม่รู้สึกว่าเสียสมาธินั่นละ
    10. One free Day แค่อาทิตย์ละวัน… วันไหนที่ไม่ต้องมีนัดกับใครไม่ต้องไปประชุมกับลูกค้า ยกเว้นนั้นให้ตัวเองได้ แต่งตัวสบายๆ หยุดพยายามสวยกันสักหนึ่งวัน

    Read the rest of this entry »

  • ในหลวง.ที่สุดของหัวใจ ตอน ข้าวผัดไข่ดาว

    Posted on May 15th, 2009 goodtoknow No comments

    เรื่องราวต่อไปนี้เป็นตอนหนึ่งในสี่สิบเรื่องของหนังสือ”ที่สุดของหัวใจ” ที่เป็นความผูกพันของคนไทยกับในหลวงซึ่งประทับอยู่ในหัวใจของผู้ที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท อ่านแล้วไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดคนไทยถึงรักในหลวงได้มากมายถึงเพียงนี้ด้วย รู้แล้วว่าในหลวงพระองค์นี้ทรงรักประชาชนยิ่งกว่าพระองค์เอง รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุน มูลนิธิชัยพัฒนา ราคา199บาท

    ข้าวผัดไข่ดาว  โดย ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

    วันหนึ่งเสด็จฯ เขาค้อเปิดอนุสาวรีย์ พอเปิดอนุสาวรีย์เสร็จพระองค์ท่านก็ขอกลับไปที่พระตำหนักเพื่อจะทรงเปลี่ยนฉลองพระบาทเพราะเดี๋ยวจะไปดูงานในป่าในดง………เราก็ไม่ได้ทานข้าวไม่มีใครทานข้าว ตอนนั้นบ่ายสองโมงแล้ว ก่อนจะเปลี่ยนฉลองพระบาทสักยี่สิบนาทีน่าจะพุ้ยข้าวทันก็รีบวิ่งไปห้องอาหารที่เตรียมไว้ ปรากฏว่าพวกที่ไม่ได้ตามเสด็จเขาทานกันหมดแล้วในนั้นจึงเหลือข้าวผัดติดก้นกระบะ กับมีไข่ดาวทิ้งแห้งไว้ 3-4 ใบ เราก็ตักเห็นมีข้าวอยู่จานหนึ่งวางไว้มีข้าวผัดเหมือนอย่างเราไข่ดาวโปะใบหนึ่งมีน้ำปลาถ้วยหนึ่งวางอยู่เพื่อนผมก็จะไปหยิบมามหาดเล็กบอกว่า “ไม่ได้ๆ ของพระเจ้าอยู่หัว ท่านรับสั่งให้มาตัก” ดูสิครับตักมาจากก้นกระบะเลยผมนี่น้ำตาแทบไหลเลยท่านเสวยเหมือนๆกันกับเรา……

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • ในหลวง.ที่สุดของหัวใจ ตอน ลุงวาเด็ง

    Posted on May 15th, 2009 goodtoknow No comments

    เรื่องราวต่อไปนี้เป็นตอนหนึ่งในสี่สิบเรื่องของหนังสือ”ที่สุดของหัวใจ” ที่เป็นความผูกพันของคนไทยกับในหลวงซึ่งประทับอยู่ในหัวใจของผู้ที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท อ่านแล้วไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดคนไทยถึงรักในหลวงได้มากมายถึงเพียงนี้ด้วย รู้แล้วว่าในหลวงพระองค์นี้ทรงรักประชาชนยิ่งกว่าพระองค์เอง รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุน มูลนิธิชัยพัฒนา ราคา199บาท

    ลุงวาเด็ง  โดย มนูญ มุกข์ประดิษฐ์

    วันนี้ลุงวาเด็งพาแววตาที่เป็นประกายมาเฝ้าฟระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วยชุดเต็มยศครึ่งท่อน คือสวมกางเกงตัวเดียวไม่สวมเสื้อ ไม่มีที่ไหนในโลกอีกแล้วที่สามัญชนคนธรรมดาไม่ว่าจะอยู่ในเสื้อผ้าอาภรณ์ใดๆก็มีสิทธิ์เท่าเทียมกันที่จะเข้าใกล้ชิดพระองค์ บอกเล่าความทุกข์สุขกับพระเจ้าแผ่นดินของเขาได้อย่างเสมอภาคกันถ้วนหน้าเช่นนี้……

    ลุงวาเด็งดีใจที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมาถึงหน้าบ้านจึงเหลียวซ้ายแลขวาหลายครั้งผิดปกติในที่สุดก็ได้กราบบังคมทูลอย่างฉะฉานว่า “พระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทั้งทีไม่มีอะไรจะถวาย ผลไม้ในสวนเพิ่งเก็บขายไปได้เงินมาสองหมื่นบาท ก็นำเงินไปซื้อเครื่องปั๊มน้ำมาได้ 1 เครื่อง ถอดเอาขึ้นรถและขนไปเลยขอถวายพระเจ้าอยู่หัว”

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • ในหลวง.ที่สุดของหัวใจ ตอน ไม่ต้องกั้น

    Posted on May 15th, 2009 goodtoknow No comments

    เรื่องราวต่อไปนี้เป็นตอนหนึ่งในสี่สิบเรื่องของหนังสือ”ที่สุดของหัวใจ” ที่เป็นความผูกพันของคนไทยกับในหลวงซึ่งประทับอยู่ในหัวใจของผู้ที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท อ่านแล้วไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดคนไทยถึงรักในหลวงได้มากมายถึงเพียงนี้ด้วย รู้แล้วว่าในหลวงพระองค์นี้ทรงรักประชาชนยิ่งกว่าพระองค์เอง รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุน มูลนิธิชัยพัฒนา ราคา199บาท

    ไม่ต้องกั้น โดยดร.สุเมธ ตันติเวชกุล

    มีอยู่ครั้งหนึ่งเสด็จฯ ไปที่เซ็นทรัลวันที่มีประชุมรัฐสภาโลก วันนั้นผมจำได้ผมติดอยู่บนท้องถนนฝนตกผมก็มีวิทยุเลยได้ยินรับสั่งมากับตำรวจมาเลย “วันนี้ไม่ต้องกั้นรถ” ทรงเข้าใจความทุกข์ของราษฏรอยู่ตลอดเวลา

    วันนี้เป็นวันฝนตกรถติดกันอย่างมหาศาลถ้าขืนต้องไปติดขบวนอีกสร้างความทุกข์ให้กับประชาชน ทรงวิทยุบอกตำรวจว่า “ขบวนจะแล่นไปพร้อมกับรถของประชาชนไม่ต้องกั้นเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน”

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • ในหลวง.ที่สุดของหัวใจ ตอน น้ำลดหรือยัง

    Posted on May 15th, 2009 goodtoknow No comments

    เรื่องราวต่อไปนี้เป็นตอนหนึ่งในสี่สิบเรื่องของหนังสือ”ที่สุดของหัวใจ” ที่เป็นความผูกพันของคนไทยกับในหลวงซึ่งประทับอยู่ในหัวใจของผู้ที่ได้มีโอกาสสัมผัสใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท อ่านแล้วไม่ต้องสงสัยว่าเหตุใดคนไทยถึงรักในหลวงได้มากมายถึงเพียงนี้ด้วย รู้แล้วว่าในหลวงพระองค์นี้ทรงรักประชาชนยิ่งกว่าพระองค์เอง รายได้ส่วนหนึ่งสมทบทุน มูลนิธิชัยพัฒนา ราคา199บาท

    น้ำลดหรือยัง โดย ถาวร ชนะภัย
    หลายปีมาแล้วเมื่อครั้งน้ำท่วมภาคใต้ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลาได้รับผลกระทบหนักที่สุด เป็นช่วงเวลาที่การสื่อสารแห่งประเทศไทยได้นำเครื่องโทรพิมพ์มาติดตั้งที่ห้องทรงงานใหม่ๆ ข้าราชสำนักท่านหนึ่งกรุณาเล่าให้ฟังว่าแม้ดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ยังไม่เสด็จขึ้นห้องพระบรรทมแต่ทรงคอยติดตามข่าวเรื่องอุทกภัยที่หาดใหญ่อยู่อย่างใกล้ชิด

    ด้วยทรงห่วยใยราษฏรจึงทรงส่งคำถามผ่านเครื่องโทรพิมพ์ด้วยพระองค์เองถามไปทางหาดใหญ่ว่า “น้ำลดแล้วหรือยัง” โดยที่ไม่ทราบว่าผู้ส่งคำถามมานั้นคือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คำตอบที่มีผ่านมาทางเครื่องโทรพิมพ์เมื่อเวลาตีสองตีสามมีข้อความที่ตอบด้วยความไม่พอใจว่า “ถามอะไรอยู่ได้ดึกดื่นป่านนี้แล้วคนเขาจะหลับจะนอน” แต่ตอนท้ายของคำตอบก็ไม่ลืมที่จะบอกด้วยว่า “น้ำลดแล้ว”

    แหล่งข้อมูล: Forword Mail
    ผู้สนับสนุน: เพียวคาร์เร้นท์ โรงแรมเพียวแมนชั่น เพียววิลล่า

  • การเลือกใช้ หลอดไฟ

    Posted on May 4th, 2009 goodtoknow No comments

    เนื้อหา : พูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเลือกใช้หลอดไฟ
    ถามโดย : คุณชนิกานต์
    ตอบโดย : อ.ยอดเยี่ยม เทพธรานนท์

    ๑. หลอดตะเกียบมีการโฆษณากันยกใหญ่เมื่อปีที่แล้ว มีการนำพรีเซนเตอร์ระดับชาติมาประชาสัมพันธ์ว่าประหยัดพลังงานและประหยัดชาติ ให้ช่วยๆกันใช้ โดยเน้นด้านการเปรียบเทียบกับ หลอดใส้

    ๒. ผู้โฆษณาหลอดตะเกียบไม่เคยเปรียบเทียบกับหลอดนีออนเลย หลอดนีออนในที่นี้เป็นภาษาชาวบ้าน เพราะจริงๆ แล้วก็คือหลอดฟลูออเสรเซ็นทฺนั่นเอง เพราะหากพิจารณาเรื่องประสิทธิภาพ Efficacy ของพลังงานที่ใช้ไป (watt) กับแสงสว่างที่ส่องออกมานั้น (lumen) จะพบว่า efficacy ของหลอดตะเกียบ เลวกว่าหลอดฟลูออเรสเซนท์ กล่าวคือ หลอดตะเกียบจะมี efficacy = 42.00 lumen/watt ส่วนหลอดฟลูออเรสเซนท์ = 57.80 lumen/watt

    Read the rest of this entry »

  • เรื่องควรรู้ เผื่อฉุกเฉิน

    Posted on May 4th, 2009 goodtoknow No comments

    * เบรกรถยนต์ไม่ทำงาน
    ถ้าเหยียบเบรกแล้วเบรกจมหายไปเลย แต่รถไม่ช้าลงสักนิด อย่าตกใจ ถ้าคุณไม่ตกใจ ตัดสินใจและมีปฏิกิริยาตอบโตได้เร็วเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีโอกาสเอาตัวรอดได้มากขึ้นเท่านั้น คำแนะนำของเราก็คือ ถ้ามีรถติดอยู่ข้างหน้า และคุณกำลังจะพุ่งเข้าไปชน ขอให้ดึงเบรกมือให้สุดแรงเกิด แล้วเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำ เพื่อใช้เครื่องฉุดรถยนต์เอาไว้ อย่าให้รถวิ่งเข้าไปชนขอบทาง เพราะจะทำให้รถเสียหลักได้ แต่ถ้ารถเสียหลักอย่าดึงหรือฉุดพวงมาลัยไว้ นั่นจะทำให้รถของคุณคว่ำ คอยประคองพวงมาลัยเอาไว้เท่านั้นก็พอ ถ้าจำเป็นต้องชนอะไรสักอย่างเพื่อหยุด เช่น ชนต้นไม้ ให้พยายามชนทางด้านข้าง อย่าพุ่งเข้าชนตรง ๆ เพราะมีโอกาสบาดเจ็บสาหัสมากกว่า

    * หมากัด
    Read the rest of this entry »